สถานการณ์การระบาดของโรคไหม้คอรวง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล


    แจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไหม้คอรวง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวที่จังหวัดราชบุรี

   

ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ทำนา ฤดูนาปี 2563 เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 
พบความเสียหายในแปลงนาข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ในระยะออกรวง จากโรคไหม้คอรวงและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ณ หมู่ที่ 2 ตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี  
 สถานการณ์มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศในช่วงนี้เหมาะสมกับการเกิดโรคไหม้ 
โดยอากาศเวลากลางคืนค่อนข้างเย็น กลางวันร้อนอบอ้าว มีลมแรงซึ่งจะช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี 
และขณะนี้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอยู่ในระยะตัวเต็มวัยมีปีก เตรียมเคลื่อนย้ายไปหาอาหารแหล่งใหม่ คาดการณ์ว่า
อาจมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอวัดเพลง และอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การระบาด ในพื้นที่เสี่ยง ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี จึงขอแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อป้องกัน และลดความเสียหายจากการระบาด ดังนี้
 กรณีที่มีการะบาดของโรคไหม้คอรวงในแปลงนาระยะตั้งท้องถึงระยะออกรวง
 1. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ฉีดพ่นป้องกันโรคไหม้
 2. เมื่อพบแผลโรคไหม้ทั่วไป 5 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ใบ ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล ไอโซโพรไทโอเลน คาซูกาไมซิน อีดิเฟนฟอส คาร์เบนดาซิม ผสมสารจับใบตามอัตราที่ระบุ
 การป้องกันการเกิดโรคไหม้คอรวงในฤดูถัดไป 
 1. ใช้พันธุ์ต้านทานโรค ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90
 2. หว่านเมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือ 15-20 กิโลกรัม/ไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการระบายถ่ายเทอากาศดี และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป ถ้าสูงถึง 50 กิโลกรัม/ไร่ โรคไหม้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว
 3. คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (tricyclazone) คาซูกาไมซิน (kasugamycin) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) โพรคลอราซ ตามอัตราที่ระบุ 
กรณีที่มีการะบาดของกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาระยะตั้งท้องถึงระยะออกรวง
 1. ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมการข้าว เมื่อประชากรแมลงในนาถึงระดับที่ต้องป้องกันกำจัด
 – ข้าวอายุ 40-60 วันหลังหว่านใช้ บูโพรเฟซิน หรือ บูโพรเฟซฺน+ไอโซโพรคาร์บ 
 – ข้าวอายุ 60 วันหลังหว่านถึงเก็บเกี่ยว ใช้ ไดโนทีฟูแรน หรือ ไพมีโทรซีน หรือ อีโทเฟนฟร็อกซ์
 2. ฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอเรีย หรือสารสกัดสะเดา เพื่อป้องกันกำจัด
 3 .ไม่ขังน้ำในนาตลอดเวลา ควรปล่อยให้ระดับน้ำมีพอดินเปียก เพื่อให้สภาพนิเวศไม่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
 การป้องกันการะบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในฤดูถัดไป
 1. ควรสังเกตเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่มาเล่นไฟตามบ้านหรือไฟข้างถนน หากพบจำนวนมากควรเลื่อนการปลูกข้าวออกไป 
 2. เลือกใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น กข29 กข31 กข41 กข47 กข49 พิษณุโลก 2 สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 90 และควรเปลี่ยนพันธุ์ข้าวทุก 6 - 8 ฤดูปลูก 
 3. ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 15 - 20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปักดำ หรือ โยนกล้า 
 4. ไม่ปลูกข้าวต่อเนื่อง ควรพักนา อย่างน้อย 1 เดือน